ภาวะไขมันพอกตับ รักษาอย่างไร? ปล่อยไว้อาจกลายเป็นตับแข็งได้
ภาวะไขมันพอกตับ รักษาอย่างไร? ปล่อยไว้อาจกลายเป็นตับแข็งได้
ภาวะไขมันพอกตับ คือภาวะที่มีไขมันสะสมในเซลล์ตับมากผิดปกติ ปัจจุบันมักเรียกว่า “โรคตับจากความผิดปกติทางเมตาบอลิก” หรือ MASLD ซึ่งสัมพันธ์กับน้ำหนักเกิน ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และภาวะดื้อต่ออินซูลิน หากไม่ได้รับการดูแล ไขมันที่สะสมอาจกระตุ้นให้ตับอักเสบ เกิดพังผืด ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับในอนาคตได้
ไขมันพอกตับมีอาการอย่างไร?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ โดยอาจตรวจพบจากค่าการทำงานของตับผิดปกติหรือพบไขมันสะสมจากการอัลตราซาวนด์ช่องท้อง บางรายอาจรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย แน่นหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณชายโครงขวา เมื่อโรครุนแรงจนเกิดตับแข็ง อาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องมาน ขาบวม เลือดออกง่าย อาเจียนเป็นเลือด หรือมีอาการสับสน ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันที
ภาวะไขมันพอกตับ รักษาอย่างไร?
การรักษาไขมันพอกตับต้องเริ่มจากการประเมินสาเหตุและความรุนแรง แพทย์อาจตรวจเลือด ตรวจอัลตราซาวนด์ และประเมินพังผืดในตับด้วยเครื่อง FibroScan หรือการตรวจอื่นตามความเหมาะสม เพราะการอัลตราซาวนด์ทั่วไปสามารถตรวจพบไขมันได้ แต่ไม่สามารถบอกระดับการอักเสบหรือพังผืดได้อย่างแม่นยำในทุกกรณี
แนวทางสำคัญในการรักษา ได้แก่
1. ลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม
สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักประมาณ 3–5% ของน้ำหนักตัวช่วยลดปริมาณไขมันในตับได้ และการลดประมาณ 7–10% อาจช่วยลดการอักเสบและพังผืดในตับ ควรลดอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร ไม่ควรอดอาหารหรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเกินไป NIDDK
2. ปรับอาหารเพื่อลดไขมันในตับ
ลดอาหารทอด ไขมันอิ่มตัว เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารแปรรูป ขนมหวาน น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เพิ่มผัก ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และโปรตีนไขมันต่ำ พร้อมควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ควรออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ รวมอย่างน้อยประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ และฝึกกล้ามเนื้อร่วมด้วย การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยลดไขมันในตับได้ แม้น้ำหนักจะยังไม่ลดลงอย่างชัดเจน
4. ควบคุมโรคร่วม
ควรดูแลระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด และความดันโลหิตให้อยู่ในเป้าหมาย รวมถึงรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ไม่ควรซื้อยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมที่อ้างว่าล้างพิษตับมารับประทานเอง เพราะบางชนิดอาจทำให้ตับอักเสบรุนแรงขึ้น
5. งดหรือลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ผู้ที่มีไขมันพอกตับควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะผู้ที่มีตับอักเสบหรือพังผืด เพราะแอลกอฮอล์อาจเร่งความเสียหายของตับ
ไขมันพอกตับรักษาหายไหม?
ไขมันพอกตับในระยะแรกสามารถดีขึ้นได้เมื่อปรับพฤติกรรมและควบคุมโรคร่วมอย่างจริงจัง แต่หากปล่อยจนเกิดพังผืดหรือตับแข็ง การรักษาจะซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นผู้ที่มีรอบเอวเกิน น้ำหนักเกิน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือผลตรวจตับผิดปกติ ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์
อย่ารอให้ตับส่งสัญญาณเมื่อโรคลุกลาม หากสงสัยภาวะไขมันพอกตับ สามารถเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางอายุรกรรมโรคระบบทางเดินอาหารและตับ เพื่อประเมินสุขภาพตับ วางแผนรักษา และติดตามผลอย่างเหมาะสม
สอบถามข้อมูลหรือนัดหมายแพทย์ได้ที่ โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์